<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 17:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2020 08:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>7นักวิชาการเตือนต้องตระหนัก&quot;  ฝุ่นพิษ : ร้ายกว่าโควิด&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม-สุขภาพ-กฎหมาย-เศรษฐศาสตร์ รวมตัวหาทางออกมลพิษฝุ่น PM2.5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมืองที่ห่มคลุมไปด้วยมลพิษอากาศ &amp;nbsp;หากผู้อยู่อาศัยในเมืองนั้นยังเมินเฉย ไม่รู้สึกรู้สม &amp;nbsp; ย่อมหมายถึง สุขภาพของเขาเหล่านั้น กำลังตกอยู่ใน&amp;quot;ความเสี่ยง&amp;quot; เพราะฝุ่นพิษที่เป็นละอองขนาดเล็กจิ๋วนั้นประกอบด้วยสารอันตรายหลายชนิด &amp;nbsp;เมื่อสูดดมเข้าไป &amp;nbsp;ก็เหมือนนำสารพิษเข้าสู่ร่างกาย &amp;nbsp;อันตรายที่เกิดขึ้นจึงเหมือน&amp;quot;ตายผ่อนส่ง &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งปัญหาฝุ่นพิษขนาดเล็ก &amp;nbsp;ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในประเทศไทย ทั้งในกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ภาคเหนือ และภาคใต้ &amp;nbsp;ทำให้เกิดคำถามกับ ประชาชนว่า ตระหนักถึงมหันตภัยของฝุ่นพิษแค่ไหน อย่างไร &amp;nbsp; ใครควรเป็นผู้รับผิดชอบ &amp;nbsp;ไปจนถึงจะควบคุมต้นตอกำเนิดฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่างไร &amp;nbsp; เพื่อที่เราจะได้หายใจได้อย่างวางใจเต็มปอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มุมมองข้างต้น เป็นทัศนะของ &amp;nbsp;7 นักวิชาการ ที่มีความความเชี่ยวชาญและเกาะติดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 &amp;nbsp;ซึ่งไม่ยอมเพิกเฉย กับปัญหา พากันรวมตัวกันหาทางออกมลพิษทางอากาศ &amp;nbsp;พร้อมกระตุ้นเตือน ให้คนไทยตระหนักในใจมากยิ่งขึ้น ถึงภัยร้ายจากฝุ่นพิษจิ๋วผ่าน &amp;rdquo;โครงการพลเมืองสร้างสรรค์ (Active Citizen) และผู้นำเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง (Prime Mover) ในบริบทการจัดการคุณภาพอากาศสำหรับประเทศไทย &amp;ldquo; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพฝุ่นขนาดจิ๋ว ปกตลุม กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิชาการทั้ง 7 คน ได้มานั่งพูดคุย แลกเปลี่ยน และเสนอแนะแนวทางควบคุมฝุ่นท่ามกลางสถานการณ์มลพิษอากาศที่บั่นทอนสุขภาพของคนไทย เริ่มจาก &amp;nbsp;ศ.ดร.ศิวัช &amp;nbsp; พงษ์เพียจันทร์ ผู้อำนวยศูนย์วิจัยและพัฒนาการป้องกันและจัดการภัยพิบัติ คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ กล่าวว่า เราตั้งใจวางให้นักวิชาการทำหน้าที่เป็นผู้นำที่รวมองค์ความรู้ด้านมลพิษทางอากาศมอบให้แก่ประชาชน องค์ความรู้นี้ครบถ้วนและผ่านการตกตะกอนจากการคลุกคลีกับปัญหาฝุ่นพิษ และยังเกาะติดปัญหาจนถึงตอนนี้ การแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กจะประสบผลสำเร็จได้ ต้องสื่อสารเรื่องฝุ่น ไม่ใช่เรื่องขี้ฝุ่น แต่ภัยร้ายของมลพิษอากาศนี้บั่นทอนชีวิต ทำให้อายุคนสั้นลง คุณภาพชีวิตแย่ลง คนไทยตายผ่อนส่งจากฝุ่น โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เด็ก คนท้อง และผู้สูงอายุ โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ 2 ปีมานี้ปัญหามลพิษอากาศเลวร้าย &amp;nbsp;และมีกระแสการตระหนักถึงฝุ่นพิษ ควรเดินหน้าต่อเพื่อให้คนไทยตื่นรู้มากขึ้น ฉลาดมากขึ้น เกิดการมีส่วนร่วมลดมลพิษทางอากาศ รวมถึงสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธ์บนพื้นที่สูง 13 ชาติพันธุ์ ในการแก้ปัญหาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.ดร.ศิวัช &amp;nbsp; พงษ์เพียจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; &amp;nbsp;ฝุ่นละอองขนาดเล็กเป็นสาเหตุของโรคทางเดินหายใจ และเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดโรคมะเร็ง หากศึกษาลงลึกขนาดของฝุ่นเล็กถึง 0.1 ไมครอนไปแล้ว ไม่ใช่แค่ 2.5 ไมครอน หรือ 10 ไมครอน &amp;nbsp;ต้องควบคุมและป้องกันไม่ให้ฝุ่นพิษเหล่านี้เข้าสู่ร่างกาย สำหรับฝุ่น PM2.5 ปัญหามีความซับซ้อนและรุนแรงมากกว่าโควิด19เสียอีก &amp;quot; ศ.ดร.ศิวัชกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิชาการรายนี้ ชี้อีกว่า แหล่งกำเนิดมีหลายประเภท ภาคเหนือ อย่าง จ.เชียงใหม่มาจากควันเสียยานพาหนะอันดับ 1 รองลงมาการเผาที่โล่งแจ้ง ส่วนมลพิษฝุ่นจิ๋วในกรุงเทพฯ มาจากการเผาในพื้นที่ปริมณฑล &amp;nbsp;ถ้าภูเก็ตฝุ่นพิษมาจากควันรถยนต์ และมลพิษข้ามพรมแดน ประเด็นคือ แม้จะควบคุมที่แหล่งกำเนิดแล้ว แต่เพื่อนบ้านปล่อย หมอกควันก็ลอยข้ามมาส่งผลกระทบสุขภาพคนไทย การแก้ปัญหาจึงต้องครอบคลุมทุกมิติ ทั้งสิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เศรษฐศาสตร์ และกฎหมายที่จะต้องมีบทบาทจัดการคุณภาพอากาศสำหรับประเทศไทย นับเป็นครั้งแรกของบ้านเราที่ดึงผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง แต่ทำงานมีเป้าหมายเดียวกัน เพื่อให้คนไทยมีอากาศสะอาดหายใจ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ควันไฟจากไฟไหม้หญ้าและป่าข้างทาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในกทม&amp;nbsp; ส่วนหนึงทำให้่เกิดฝุ่นจิ๋ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิชาการผู้คลุกคลีระบบสุขภาพ &amp;nbsp;รศ.ดร.ธันวดี สุขสาโรจน์ สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลตอกย้ำอีกว่า &amp;nbsp; ฝุ่น PM 10 มีขนาดเล็กกว่าเส้นผม สามารถเข้าไปถึงคอสู่หลอดลม ส่วน PM 2.5 สามารถเข้าสู่ถุงลมปอด หากขนาดเล็กลงอีกอย่างฝุ่น PM 0.1 จะทะลุลวงเข้าไปในหลอดเลือด จากนั้นเลือดที่ไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายจะพาไปตับ ไต หัวใจ และสมอง ในรายงานการศึกษาที่สหรัฐยืนยันแล้ว ผู้ที่สัมผัสพื้นที่รับฝุ่นมาก หรือสูดดมฝุ่นพิษ ป่วยด้วยโรคมะเร็ง 70% &amp;nbsp; &amp;nbsp; หันหลับมาที่ไทย คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล รายงานคนไทยป่วยด้วยโรคมะเร็งอันดับ 1 ทุกชั่วโมงมีคนตาย 8 คน ทั้งมะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งถุงน้ำดี ฯลฯ แม้จะมีการรณรงค์ให้คนไทยกินหวาน มัน เค็ม น้อยลง ให้เลิกเหล้า บุหรี่ แต่ยังมีคนป่วยด้วยมะเร็งมากมาย &amp;nbsp; ต้องไม่ลืมว่า มีปัจจัยมลพิษทางอากาศด้วย &amp;nbsp;ฝุ่นจิ๋วยังทำให้คนเป็นโรคหลงลืมก่อนวัยอันควรด้วย &amp;nbsp; ยังไม่พูดถึงโรคเบาหวาน โรคไต โรคตับ โรคอัลไซเมอร์ ปัญหาสุขภาวะจากโรคไม่ติดต่อนี้สร้างภาระค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลให้ประเทศ จะรวยหรือจน ถ้าเผชิญมรสุมฝุ่นจิ๋ว ก็เสี่ยงต่อสุขภาพเท่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; WHO ตั้งค่าความปลอดภัยฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชม. &amp;nbsp;ไว้ที่ 25 มคก./ลบ.ม. ไทยตั้งไว้ที่ 50 มคก./ลบ.ม. มีความพยายามขับเคลื่อนเพื่อให้ไทยลดเพดานค่ามาตรฐานมลพิษนี้ แต่ไม่สำเร็จ แสดงว่า คนไทยทนได้กับสภาพอากาศเช่นนี้ เป็นคำถามว่า ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเชื่อมั่นจริงหรือไม่ว่า ฝุ่นขนาดเล็กเป็นอันตรายต่อประชาชน ทางออกของปัญหาจะต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับประชาชน สนับสนุนให้เข้าถึงข้อมูล และไม่ทิ้งภาระการแก้ปัญหาให้ใครคนใดคนหนึ่ง &amp;ldquo; รศ.ดร.ธันวดี ย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มุมไกล มองเห็นกทม.เหมือนเมืองในหมอกพิษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ผศ.ดร.รุจิกาญจน์ นาสนิท คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร เปิดประเด็นเชื้อโรคที่มากับฝุ่นจิ๋วว่า คนที่สูดฝุ่นพิษระยะยาวต่อเนื่อง จะส่งผลกระทบต่อระบบร่างกาย เป็นโรคปอดอักเสบ และระบบทางเดินหายใจเสียหาย &amp;nbsp;เพราะเมื่อเชื้อโรคมา ร่างกายไม่สามารถต้านเชื่อได้ ทำให้อาการแย่ลง &amp;nbsp;นอกจากนี้ฝุ่นละอองขนาดเล็กส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกัน และหลอดเลือด ทำให้เกิดการติดเชื้อที่รุนแรงขึ้นหลังจากรับเชื้อไวรัส ที่สำคัญ ฝุ่นจิ๋วยังเป็นตัวกลางให้เชื้อโรคในอากาศด้วย มีรายงานศึกษาพบว่า เชื้อไวรัสโคโรนาเกาะกับมาฝุ่น ซึ่งทางตอนเหนือของอิตาลี พบการเผาไหม้ชีวมวลและสันดาษเครื่องยนต์สูง พบสภาพอากาศมีฝุ่นพิษในค่าที่อันตราย เมื่อเผชิญการแพร่ระบาดโควิด และประชาชนไม่ป้องกันตัวเองในระยะแรก โควิดจึงระบาดหนักมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ทั้งฝุ่นและเชื้อโรคแม้มองไม่เห็น แต่ไม่ใช่ไม่มี สิ่งสำคัญคือ การป้องกันตนเอง ออกนอกอาคาร ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตภายในอาคารเฉลี่ยวันละ 90% ไม่ว่าจะบ้าน ที่ทำงาน โรงเรียน โรงพยาบาล โรงงานต้องจัดการระบายอากาศเพื่อหยุดการเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ รวมถึงระบบกรองอากาศที่มีประสิทธิภาพ แม้ปัจจุบันไทยไม่มีค่ามาตรฐานควบคุมคุณภาพอากาศภายในอาคาร เราสามารถปรับใช้เกณฑ์ต่างประเทศได้ &amp;ldquo; &amp;nbsp; นักวิชาการรั้วศิลปากร เผย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝุ่นพิษทุบเศรษฐกิจชาติ &amp;nbsp;สะท้อนผ่าน ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ ฝ่ายวิจัยการลงทุน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด &amp;nbsp;หนึ่งในนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ผู้ร่วมโครงการฯ ดร.ปิยศักดิ์ ชี้ว่า จากการศึกษาวิจัยถ้าประเทศไทยสามารถทำให้ฝุ่นพิษหายไปได้ จะส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น 3 % และพุ่งขึ้นเป็น 7% ในปี 2564 &amp;nbsp;แต่ในความเป็นจริงการแก้ปัญหามีต้นทุน &amp;nbsp;ฉะนั้น เสนอให้รัฐมีมาตรการลดแรงจูงใจก่อให้เกิดฝุ่นPM2.5 และเพิ่มแรงจูงใจด้านอื่นๆ ส่งเสริมให้เกิดพลังงานสะอาด &amp;nbsp;เพื่อลดปริมาณฝุ่น ยุโรป อเมริกา ฝรั่งเศส ลดฝุ่นได้ด้วยกฎหมาย จำกัดรถเข้าเมือง ปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ ห้ามจอดรถในเมือง รวมถึงส่งเสริมการใช้รถพลังงานไฟฟ้า โดยลดภาษีสรรพสามิต ซึ่งถ้าทุกภาคส่วนของไทยร่วมกันไปในทิศทางนี้ จะฝ่าวิกฤตมลพิษอากาศได้ และช่วยให้สุขภาวะของประชาชนดีในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวทีเสวนาปัญหาฝุ่นพิษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83649</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, ศ.ดร.ศิวัช   พงษ์เพียจันทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5fad1148da9c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
